นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจนอกจากจะต้องมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้ว องค์กรธุรกิจยังต้องคำนึงถึงสังคมรอบตัว ชุมชน ตลอดจนสิ่งแวดล้อมและพลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก |
. |
และแม้ซีพีเอฟจะมีกระบวนการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและใส่ใจในสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น |
. |
“ซีพีเอฟเป็นครัวของโลกที่ให้ความสำคัญต่อมาตรฐานการผลิตอาหารปลอดภัย ปลอดสาร ถูกสุขอนามัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นการดูแลผู้บริโภคให้ได้รับอาหารที่ดีที่สุด และดูแลโลกให้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการผลิตน้อยที่สุด โดยได้นำนโยบาย “อาหารปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค สู้วิกฤติโลกร้อน พร้อมลดใช้พลังงาน” มาใช้ในทุกๆขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง” นายอดิเรกกล่าวและว่า |
. |
นโยบายดังกล่าว ใช้แนวคิดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Thinking) หรือ LCT เพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การใช้กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism) หรือ CDM เพื่อพัฒนาด้านการใช้ทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พัฒนาเทคโนโลยีการผลิต |
. |
ตลอดจนป้องกันและลดภาวะโลกร้อน ยกตัวอย่าง เช่น “โครงการก๊าซชีวภาพจากระบบบำบัดน้ำเสีย” ณ โรงงานอาหารแปรรูปมีนบุรี 1 ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นขอรับการจดทะเบียนเป็นโครงการ CDM แบบ Single Program |
. |
คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 15,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี รวมถึง “โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Co-Generation)” จำนวน 4 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการยื่นขอรับการจดทะเบียน CDM แบบ Bundle Program และคาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 30,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี |
. |
ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟยังคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ตามมาตรฐานการบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โรงงานของซีพีเอฟเป็นโรงงานในหัวใจของชุมชน โดยร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีขององค์กรไปสู่ชุมชน ตลอดจนฟื้นฟูระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน เช่น การปลูกป่าบกและปลูกป่าชายเลน การอนุรักษ์และบำบัดน้ำด้วยจุลินทรีย์ เป็นต้น |