ยอดลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของจีนยังมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่ายอดลงทุนทางตรงในต่างประเทศ (ODI) ในปีนี้ แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายอดการลงทุนในต่างประเทศของจีนจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม |
. |
นสพ.ไชน่า เดลี่ รายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญของจีนได้ออกโรงโต้รายงานจากธนาคารต่างชาติและองค์กรต่างๆที่คาดว่าตัวเลข ODI จะพุ่งแซงหน้า FDI พร้อมทั้งระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเป็นไปได้ในช่วงนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะไชนาลโคลถูกปฏิเสธข้อเสนอซื้อหุ้นในริโอ ทินโต มูลค่า 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา |
. |
เฉิน หรงไก เจ้าหน้าที่จากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แท้จริงแล้วเม็ดเงินลงทุน ODI มีจำนวนมากขึ้นแต่อัตราการลงทุนลดน้อยลง ซึ่งรัฐบาลจะประกาศใช้นโยบายกระตุ้นการลงทุนในต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสการทำกำไรของบริษัทเอกชนในยามที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการเงิน |
. |
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมารัฐบาลประกาศว่า จะผ่อนคลายข้อบังคับด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เพื่อกรุยทางการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยคาดว่าจีนจะมีกระแสเงินลงทุนไหลออกกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ |
. |
ในปีที่ผ่านมา ยอดเงินลงทุนทางตรงในต่างประเทศอยู่ที่ 5.21 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยอดเงินลงทุนจากต่างประเทศมีจำนวนมากกว่าเกือบ 2 เท่าที่ 9.24 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ |
. |
หลี่ เจียนเฟง นักวิเคราะห์จากบล.เซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า "มีความเป็นไปได้ว่าเม็ดเงินลงทุน FDI จะพุ่งแซงหน้า ODI มากกว่า แม้ว่าการขยายตัวของ FDI จะเป็นลบ ขณะที่การขยายตัวของตัวเลข ODI จะเพิ่มขึ้นทีละน้อย" |