เนื้อหาวันที่ : 2010-06-28 10:11:06 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2500 views

สคร. ไฟเขียวเอกชนลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง

สคร. เปิดไฟเขียวหนุนเอกชนมีบทบาทในโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง และโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ดำเนินการด้วยวิธี PPPs

สคร.เผยมติคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในรูปแบบ PPPs เห็นชอบให้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง และโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ดำเนินการโครงการด้วยวิธี PPPs

.

.

นางสาวสุภา ปิยะจิตติ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในรูป   แบบ PPPs โดยมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2553 ว่า คณะกรรมการ PPPs ได้พิจารณาเกี่ยวกับ

.

- โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง
- โครงการทางพิเศษสายศรีรัช - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร 

.

เนื่องจากการเปิดโอกาสให้เอกชนมาร่วมลงทุนกับรัฐบาล จะเป็นการลดภาระให้กับรัฐในการที่จะต้องจัดสรรเงินมาลงทุนในโครงการฯ ไม่ว่าจะเป็นเงินงบประมาณหรือเงินกู้ อีกทั้งเอกชนยังมีประสบการณ์และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอันเป็นประโยชน์ต่อรัฐและถ่ายทอดความรู้มาสู่บุคลากรของรัฐ

.

โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงซึ่งมีอยู่ 4 เส้นทาง มูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาทนั้น สคร. ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ ได้นำเสนอกรอบแนวทางเบื้องต้นในการร่วมลงทุนกับเอกชนให้คณะกรรมการพิจารณา 4แนวทาง คือ 1.ให้รัฐบาลลงทุนทั้งหมด 2. เอกชนลงทุนเฉพาะขบวนรถและรับผิดชอบงานระบบรถไฟฟ้าและศูนย์ซ่อมบำรุง 3. เอกชนหรือบริษัทลูกลงทุน 50% 4. เอกชนหรือบริษัทลูกลงทุน 30% โดยมีรูปแบบการจัดเก็บ และการแบ่งรายได้หรือจ่ายค่าตอบแทนให้เอกชน ดังนี้

.

1.Net Cost Concession 2.Gross Cost Concession  3.Modified Gross Concession ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อจัดเตรียมรายละเอียดในการจัดทำ Market Sounding เพื่อให้ทราบถึงความต้องการของภาคเอกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติว่า มีความสนใจในเส้นทางไหนและในรูปแบบการลงทุนเช่นไร ทั้งนี้การจัดทำ Market Sounding จะเปิดกว้างสำหรับทุกความคิดเห็น ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดแนวทางและรูปแบบการลงทุนเพิ่มเติมและหลากหลาย นอกเหนือจากกรอบแนวทางเบื้องต้นได้          

.

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการดังกล่าว และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติในหลักการภายในเดือนกันยายน 2553 

.

สำหรับโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทางด่วนยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทางรวม 16.7 กิโลเมตร ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ดำเนินโครงการด้วยวิธี PPPs เช่นกัน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 9,564 ล้านบาท เพื่อให้โครงการฯ มีความเป็นไปได้ในการลงทุนด้านการเงิน                     

.

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติในหลักการให้ดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดในพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ ศ 2535 และให้กระทรวงคมนาคมรับข้อสังเกตในการหาแนวทางการลงทุนในรูปแบบ PPPs ที่ดีที่สุดต่อไป   

.

อนึ่ง ในส่วนของความคืบหน้าการดำเนินการจัดตั้งกองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไทยนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีมติการประชุมว่า การจัดตั้งและระดมทุนผ่านกองทุนฯ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) สามารถทำได้เนื่องจากไม่ขัดกับ พรบ. จัดตั้งของทั้ง 2 หน่วยงาน          

.

อีกทั้งไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ ศ 2535 อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวเป็นความเห็นเฉพาะกรณีของ กฟผ. และ กทพ. เท่านั้น ซึ่งการพิจารณาจะอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงของแต่ละโครงการและข้อมูลที่ สคร. ได้จัดส่งให้ ดังนั้น หากมีรัฐวิสาหกิจใด ที่สนใจจะจัดตั้งและระดมทุนผ่านกองทุนฯ ก็จะต้องมีการพิจารณาเป็นรายๆ ไป 

.

สคร.เชื่อมั่นว่า การลงทุนโครงการภาครัฐในรูปแบบ PPPs จะก่อให้เกิดการพัฒนาในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อประโยชน์อย่างสูงต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแน่นอน